Global Environment and Associated Method

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เป๊ปซี โคล่า

เป๊ปซี่-โคล่า




นาย คาเลบ แบรดแฮม เภสัชกรจากเมืองนิวเบิร์น รัฐนอร์ธ คาโรไลนา ได้เปลี่ยนชื่อเครื่องดื่มคาร์บอเนต "แบรดส์ ดริงค์" ที่เขาเป็นผู้ปรุงขึ้นเพื่อลูกค้าร้านขายยาของเขา ไปเป็นชื่อ "เป๊ปซี่-โคลา" เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1898 เพื่อคงต้นตำรับความเป็นเครื่องดื่มที่ผสมขึ้นโดยเภสัชกร แบรดแฮมจึงทำการโฆษณาเครื่องดื่มของเขา อย่างเกินจริงว่า "สดชื่น มีชีวิตชีวา และช่วยในการย่อยอาหาร" ในปี 1903 และได้ตั้งโรงงานบรรจุขวด เป๊ปซี่-โคล่าสาขาแรก ขึ้นที่เมืองชาร์ล็อตและเดอร์แฮม รัฐ นอร์ธ แคร์โลไลนาอีสองปีต่อมาในปี 1905 เกิดการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกในปี ค.ศ. 1898 โรงงาน เป๊ปซี่-โคล่า สาขาแรก ก่อตั้งขึ้นที่เมืองชาร์ล็อตและเดอร์แฮม รัฐนอร์ธ คาโรไลน่า ค.ศ. 1906 เป๊ปซี่เปลี่ยนโลโก้ใหม่อีกครั้ง เป็นโลโก้แบบที่ 3 ใน 8 ปี และเปลี่ยนแปลงข้อความในโลโก้ ให้บรรลุจุดประสงค์ตามสโลแกน "The Original Pure Food Drink" เป๊ปซี่มีโรงงาน 15 แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา เป๊ปซี่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศแคนาดา

มีรายได้สูงถึง 38,605 แกลลอน

ใน ค.ศ. 1909 เป๊ปซี่ได้ให้นักแข่งรถที่เป็นที่รู้จัก ชื่อ บาร์นี่ โอล์ฟิลด์ มาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของเป๊ปซี่ และโฆษณาเป๊ปซี่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ ว่า"เครื่องดื่มชั้นยอด...เติมความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เป็นเครื่องบำรุงกำลังสำหรับเารแข่งขันประลองความเร็ว"

ค.ศ. 1907 ได้เกิดการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป๊ปซี่ ในประเทศเม็กซิโกและได้เริ่มมีการใช้แนวคิดที่ว่า "รสชาติดีเยี่ยมและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ" ซึ่งแนวคิดนี้ยังคงใช้ต่อกันมานานถึง 2 ทศวรรษ

เป๊ปซี่ได้ออกวางขายด้วยแนวคิดที่ว่า "ดื่มเป๊ปซี่ โคล่า แล้วคุณจะพอใจ" ("Drink Pepsi Cola. It will satisfy you.")

เมื่อราคาน้ำตาลในตลาดหุ้นนิวยอร์ค ขึ้นสูงถึง 26 เซ็นต์ต่อปอนด์ แบรดแฮม ก็ได้ตัดสินใจซื้อน้ำตาลเพื่อเก็บไว้เป็นจำนวนมาก ช่วงปลายปี เมื่อความต้องการน้ำตาลลดลง ราคาก็ตกลงอย่างมากจนเหลือเพียงแค่ 2 เซ็นต์ต่อปอนด์ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า ประกาศล้มละลาย ในปีค.ศ. 1923 และต้องขายให้บริษัท คราเวน โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น ในนอร์ธ คาโรไลน่า จำนวนเงิน 30,000 เหรียญสหรัฐรอย ซี. เม็กการ์เกล (Roy C. Megargel) นายหน้าค้าหุ้นจากตลาดหุ้น วอลล์ สตรีท ได้ซื้อเครื่องหมายการค้า จำนวนเงิน 35,000 เหรียญสหรัฐ และก่อตั้งเป็นบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า คอร์เปอเรชั่น

ในปี ค.ศ. 1932 จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศ อาร์เจนติน่า ปีถัดมาโฆษณาทีวีชื่อ "New Generation" มีศิลปิน และคนที่มีชื่อเสียง อีกหลายคนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ มี "ไลโอเนล ริชี่" "ทีน่า เทอร์เนอร์" "กลอเรีย เอสเตฟาน" และนักกีฬาชื่อดัง "โจ มอนตาน่า" และ "แดน มาริโน่" แต่โฆษณาชิ้นที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือ "Apartment 10G." ที่แสดงโดย ไมเคิล เจ ฟ็อกส์เป๊ปซี่ เริ่มออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนาดบรรจุขวด 12 ออนซ์ ในราคา 5 เซนต์ ซึ่งเป็นราคาเดียวกับเครื่องดื่มของคู่แข่งในขนาด 6 ออนซ์ในปีค.ศ. 1934เพื่อเป็นการสนับสนุนกองทัพอเมริกาในปี ค.ศ. 1941 เป๊ปซี่เปลี่ยนสีฝาน้ำเป็นสีแดง ขาว และน้ำเงิน ร้านค้าเป๊ปซี่ที่ ไทม์ สแควร์ นิวยอร์ค ได้เปิดกิจการตลอดเวลาที่เกิดสงคราม

ปี ค.ศ. 1943 โฆษณาชุด "Twice as much" เริ่มต้นใช้ความคิด "Bigger drink, better taste" เข้าไปด้วย



เมื่อถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ราคาน้ำตาลขึ้นอีกครั้ง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตินี้ แม็ค ซื้อกิจการปลูกอ้อยน้ำตาลในคิวบา ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากทีเดียวใช้ "Bigger Drink, Better Taste" เป็นแนวคิดหลัก และเป๊ปซี่-โคล่า ก็เริ่มแพร่ไปสู่ ละติน อเมริกา ในปี ค.ศ. 1947

ผลกำไรระหว่างประเทศสูงถึง 6,769,000 เหรียญสหรัฐ จากนั้น เป๊ปซี่เริ่มขยายไปที่ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง และปีค.ศ. 1948 สำนักงานใหญ่ย้ายจาก เมืองลองไอแลนด์ นิวยอร์ค ไปยังศูนย์กลางเมืองแมนฮัตตัน

หลังจากนั้นมีการเพิ่มประโยค "Why take less when Pepsi's best?" เข้าไปในโฆษณา "Twice as much" ซึ่งเป็นประโยคเด็ดของประชาชนที่ชอบเป๊ปซี่

สโลแกน "สองเท่าในราคา 5 เซ็นต์" (Twice as much for a nickel") ก็เหมือนกับ "ได้มากกว่า 1 ออนซ์" ("More Bounce to the Ounce")ทำให้เป๊ปซี่มีกำลังในปี ค.ศ. 1953เมื่อชาวอเมริกันเริ่มตระหนักถึงเรื่องน้ำหนักตัว เป๊ปซี่เริ่มใช้กลยุทธ์ใหม่เกี่ยวกับเรื่องแคลอรี่ต่ำในแคมเปญ "ความสดชื่นแบบเบาๆ" ("The Light Refreshment")



ในบางครั้ง เป๊ปซี่ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็น the kitchen cola เพราะว่าครองตำแหน่งยี่ห้อที่ราคาไม่แพงมาเป็นเวลานาน ในขณะนี้ เป๊ปซี่กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ที่ผู้บริโภคหนุ่มสาวที่ทันสมัย ด้วยแนวคิด "อยากเข้ากันได้กับกลุ่ม ดื่มเป๊ปซี่สิ" ("Be sociable, have a Pepsi") ความโดดเด่นของขวดเกลียว เข้ามาแทนที่ขวดแบบเรียบแบบเก่าของเป๊ปซี่

ในปี ค.ศ. 1961 เป๊ปซี่ให้ความสำคัญกับกลุ่มวัยรุ่นหลังยุคสงคราม เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ สโลแกน "เป๊ปซี่ สำหรับผู้ที่คิดแบบหนุ่มสาว" บ่งบอกว่าวัยหนุ่มสาวนั้นเป็นสภาพความคิดและจิตใจมากเท่าๆ กับวัยตามอายุจริง โดยที่ยังสามารถใช้ยี่ห้อดึงดูดตลาดทุกส่วนไว้ได้


ค.ศ. 1964 เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Diet Pepsi



ค.ศ. 1965เริ่มมีตลาดอื่นนอกจากตลาดเครื่องดื่ม ฟริโต-เลย์ ของ ดัลลัส, เท็กซัส และ เป๊ปซี่-โคล่า มารวมกัน กลายเป็น บริษัท เป๊ปซี่ (Pepsi Co, Inc.)เกิดประสบความสำเร็จกับการออกกระป๋องขนาด 12 ออนซ์ได้ยึดมั่นภาพที่แสดงออกถึงความกระปรี้กระเปร่า ออกอากาศภาพยนตร์โฆษณาของเมาเท่น ดิว ทางโทรทัศน์ ภายใต้สโลแกน "Hello, Sunshine, Hello, Mountain Dew."



ในปี ค.ศ. 1975มีการตลาดแบบ แลนด์มาร์ค ชวนให้ผู้บริโภคประมาณล้านคนเชื่อว่า รสชาติของเป๊ปซี่ เหนือกว่าใคร

"เป๊ปซี่ ไลท์" เครื่องดื่มรสมะนาวรสชาติดี ได้รับการสนับสนุนเข้าตลาด เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของเครื่องดื่มประเภท ไดเอท โคล่า แบบดั้งเดิม

เป๊ปซี่ในขวดพลาสติกขนาดบรรจุ 2 ลิตร เริ่มออกสู่ตลาดเครื่องดื่มซอฟท์ ดริงค์ เกิดมีการแข่งขันที่มากขึ้น แต่ผู้บริโภคเป๊ปซี่ คือผู้ชนะในสงครามการแข่งขันนี้ จนต้องบอกว่า "Pepsi Now!"

Lemon Lime Slice เครื่องดื่มแบบแรกที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้แท้ๆ เริ่มวางขาย นับเป็นเครื่องดื่มประเภทใหม่ที่จัดอยู่ในประเภท "ผสมน้ำผลไม้" และต่อมาก็มีน้ำส้มแมนดารินออกสู่ตลาดเป็นลำดับต่อมา

ผู้หญิงคนแรกที่สมัครรับเลือกตั้งรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจอราดีน เฟอร์

ในปี ค.ศ. 1986 เครื่องดื่ม 7-อัพ ได้เข้าไปประเทศแคนาดา

ไมเคิล แจ๊คสัน กลับมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับโฆษณาชุด "New Generation" ซึ่งมีทั้งหมด 4 ตอน ที่มีชื่อว่า "Chase" ออกอากาศระหว่างรายการประกาศผลรางวัล แกรมมี่ อวอร์ดส์ และได้รับการต้อนรับจากสื่อต่างๆ ว่าเป็นภาพยนตร์โฆษณาที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์การโฆษณา ("the most-watched commercial in advertising history.")



เป๊ปซี่-โคล่า แนะนำเครื่องดื่มรสชาติใหม่ออกสู่ท้องตลาด นั่นคือ Wild Cherry Pepsiโครงการโรงเรียนเป๊ปซี่ ชนะรางวัล "LIFT" จากกรมแรงงานของสหรัฐฯ ในฐานะที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา และเตรียมความพร้อมของนักเรียนเพื่อการทำงานในอนาคต บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า ใช้ปรัชญา "Right Side Up" ที่ซึ่งลูกค้าและลูกจ้างระดับสำคัญ อยู่ที่บนสุดขององค์กร

สตาร์บัคส์ และ เป๊ปซี่ จับมือกันกับหุ้นส่วนกาแฟจากอเมริกาเหนือ ออกเครื่องดื่ม "Mazagran" ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกาแฟคาร์บอเนต

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งใหญ่ของธุรกิจ เป๊ปซี่ได้ประกาศ IPOs ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และในวันที่ 31 มีนาคม 2542 ก็ได้ตั้งบริษัท The Pepsi Bottling Group, Inc. (PBG) และกลายมาเป็นบริษัทการค้าและบริษัทผลิตขวดที่ใหญ่ที่สุดของเป๊ปซี่ ซึ่งบริหารงานโดย เครก เวธเธอรัป (Craig Weatherup)

เป๊ปซี่เฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปี

ปัจจุบันมีมากกว่า 30 ตลาด ที่ได้ใช้แคมเปญ Pepsi Challenge รสชาติของเป๊ปซี่และเป๊ปซี่วันเป็นที่นิยมมากกว่าผลิตภัณฑ์โค้กในทุกๆ ตลาด โดยเฉพาะในฟิลาเดลเฟีย, เดย์ตัน, ทัสกัน, ซาน อันโตนิโอ และซีแอทเติล ในการส่งเสริมการขายที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวนั้น ผู้บริโภคซึ่งใช้แคมเปญ Pepsi Challenge จะได้รับ starter points สำหรับโปรแกรม Choose Your Music ประจำหน้าร้อนนี้ ผู้เข้าร่วมสามารถถ่ายภาพและนำไปลงใน www.pepsi.com ได้อีกด้วย

ค.ศ. 2001ซูเปอร์สตาร์เพลงป๊อป บริทนีย์ สเปียร์ส ปรากฎตัวในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของเป๊ปซี่เป็นครั้งแรกในงานประกาศรางวัล อคาเดมี อวอร์ดส์ สปอตโฆษณาที่โด่งดังชิ้นนั้นก็ได้เผยแพร่บนโลกอินเทอร์เน็ตด้วยเช่นกัน ซึ่งแฟนๆ กว่า 2 ล้านคน คลิกเข้าไปชมโฆษณาชิ้นนี้ของเธอ ซึ่งมีชื่อชุดว่า "the Joy of Pepsi"

เว็บไซต์ PepsiStuff.com เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสะสมแต้มเพื่อนำมาแลกของรางวัลสุดพิเศษจากเป๊ปซี่กว่าครึ่งล้าน และนั่นก็เป็นโปรโมชั่นออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดชิ้นหนึ่งของเป๊ปซี่

ชากีร่า นักร้องสาวชาวโคลัมเบียผู้กำลังมาแรง เป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของเป๊ปซี่ พร้อมๆ กับตอนที่อัลบั้มเพลงภาษาอังกฤษชุดแรกของเธอฮิตระเบิดในอเมริกา ในขณะเดียวกันเป๊ปซี่ได้ตกลงเป็นผู้สนับสนุนการทัวร์คอนเสิร์ตเพลงป๊อปสไตล์ละตินของเธอไปทั่วโลก



เป๊ปซี่ เผยโฉมโรงงาน FunWraps ให้ผู้บริโภคสามารถออกแบบกระป๋องเป๊ปซี่ได้เองด้วยดีไซน์สนุกๆ และข้อความส่วนตัว และจากการที่มีกีฬา ความบันเทิง และวันหยุดหลากหลายให้เลือก ผู้ดื่มเป๊ปซี่จึงออกแบบฉลากของเขาเองสำหรับโอกาสใดๆ ก็ได้ตามต้องการ



เป๊ปซี่ใช้สโลแกน "a little twist on a great thing" แนะนำเครื่องดื่มรสมะนาว "Pepsi Twist" และ "Diet Pepsi Twist" นับเป็นการกลับมาของโคล่า รสมะนาวของเป๊ปซี่ ซึ่งจำหน่าย Pepsi Light จนกระทั่งถึงตอนกลางของทศวรรษ 80



























http://www.gono.com/museum2003/museum%20collect%20info/briefhistoryofpepsicola.htm

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น